โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขทั่วโลก โดยเฉพาะ Syphilis ที่แม้จะเป็นโรคที่ป้องกัน และรักษาได้ แต่กลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ซิฟิลิสไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ใหญ่เท่านั้น หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เชื้อสามารถถ่ายทอดสู่ทารกในครรภ์ ก่อให้เกิดภาวะซิฟิลิสแต่กำเนิด ซึ่งอาจนำไปสู่ความพิการแต่กำเนิด การคลอดก่อนกำหนด หรือแม้แต่การเสียชีวิตของทารกได้

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง การรักษาอย่างทันท่วงที และการให้ความรู้ด้านสุขภาพทางเพศ เพื่อป้องกันผลกระทบที่รุนแรงทั้งต่อแม่ และเด็กในระยะยาว

โรคซิฟิลิส คืออะไร?

โรคซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum ติดต่อได้หลักผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และทางปาก รวมถึงการสัมผัสแผลของผู้ติดเชื้อโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดจากแม่สู่ทารกในครรภ์ได้

ลักษณะสำคัญของโรคนี้คือการดำเนินโรคเป็นระยะ ซึ่งแต่ละระยะมีอาการแตกต่างกัน และบางช่วงอาจไม่มีอาการเลย ทำให้ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่รู้ตัว

ระยะของโรคซิฟิลิส

1. ระยะที่ 1 (Primary stage): แผลริมแข็ง (chancre)

  • มีแผลขนาดเล็ก ขอบแข็ง ไม่เจ็บ
  • มักพบที่อวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก
  • แผลสามารถหายเองได้ภายใน 3–6 สัปดาห์ แม้ไม่ได้รักษา

2. ระยะที่ 2 (Secondary stage): ผื่น และอาการทั่วร่างกาย

  • มีผื่นขึ้นตามตัว โดยเฉพาะฝ่ามือ และฝ่าเท้า
  • อาจมีไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต อ่อนเพลีย
  • บางรายมีผมร่วงเป็นหย่อม

3. ระยะแฝง (Latent stage): ไม่มีอาการ

  • ไม่มีอาการแสดง แต่เชื้อยังคงอยู่ในร่างกาย
  • ระยะนี้อาจกินเวลาหลายปี หากไม่ได้รับการรักษา

4. ระยะที่ 3 (Late stage): ระยะรุนแรง

  • เชื้อทำลายอวัยวะสำคัญ เช่น สมอง ระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด
  • อาจทำให้เกิดภาวะทางระบบประสาท (neurosyphilis) อัมพาต หรือเสียชีวิต

แม้ซิฟิลิสจะเป็นโรคที่รักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดความเสียหายถาวรที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด คืออะไร?

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) คือ ภาวะที่ทารกติดเชื้อซิฟิลิสจากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โดยเชื้อสามารถผ่านรกเข้าสู่ตัวทารกได้ตั้งแต่ระยะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในกรณีที่แม่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหรือรักษาอย่างเหมาะสม

ภาวะนี้ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบรุนแรงต่อทารก และสามารถป้องกันได้หากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • การแท้งบุตร
  • การคลอดก่อนกำหนด
  • ทารกเสียชีวิตในครรภ์
  • ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย
  • ความพิการแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของกระดูก ดวงตา หรือระบบประสาท

ทารกบางรายอาจไม่แสดงอาการทันทีหลังคลอด แต่จะเริ่มมีอาการในภายหลัง เช่น พัฒนาการช้า การได้ยินผิดปกติ หรือปัญหาทางระบบประสาท

Quicky

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิดอันตรายแค่ไหน?

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด คือ ภาวะที่ทารกติดเชื้อ Syphilis จากแม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาวะที่อันตรายแต่ป้องกันได้ มากที่สุดในกลุ่มโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ความน่ากังวลคือ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคนี้สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อชีวิต และพัฒนาการของเด็กในระยะยาว โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ตาบอด จากการอักเสบของดวงตา
  • หูหนวก จากความเสียหายของระบบประสาทการได้ยิน
  • พัฒนาการล่าช้า ทั้งด้านร่างกาย และสติปัญญา
  • ความผิดปกติของอวัยวะหลายระบบ เช่น สมอง กระดูก และหัวใจ
  • เสียชีวิต ทั้งในครรภ์หรือหลังคลอด

สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ โรคนี้ สามารถป้องกันได้เกือบ 100% หากแม่ได้รับการตรวจคัดกรอง และรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นมาตรการพื้นฐานที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อาการของโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

อาการของโรคสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก และในบางกรณีอาจไม่แสดงอาการทันทีหลังคลอด ทำให้หลายครอบครัวไม่ทราบว่าทารกติดเชื้อ

1. ระยะแรก (Early congenital syphilis) มักเกิดภายในช่วงอายุ 0–2 ปีแรก

อาการที่พบได้ ได้แก่

  • น้ำมูกปนเลือด (snuffles) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ
  • ผื่นขึ้นตามร่างกาย โดยเฉพาะฝ่ามือ และฝ่าเท้า
  • ตับ และม้ามโต
  • น้ำหนักตัวน้อย หรือเจริญเติบโตไม่สมวัย
  • อาจมีภาวะโลหิตจางหรือปัญหาทางระบบอื่นร่วมด้วย

2. ระยะหลัง (Late congenital syphilis) มักแสดงอาการเมื่ออายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป

อาการสำคัญ ได้แก่

  • ฟันผิดรูป เช่น ฟันแบบ Hutchinson (ฟันหน้าบิ่น ลักษณะเฉพาะ)
  • ความผิดปกติของกระดูก เช่น หน้าแข้งโก่ง
  • หูหนวกถาวร
  • ปัญหาทางระบบประสาท เช่น พัฒนาการช้า หรือการเรียนรู้บกพร่อง

การวินิจฉัยโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

การวินิจฉัย ซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) จำเป็นต้องประเมินทั้งในแม่ และทารก ควบคู่กัน เพื่อให้สามารถตรวจพบเชื้อ Syphilis ได้เร็วที่สุด และเริ่มการรักษาได้ทันท่วงที

  • การวินิจฉัยในหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองในหญิงตั้งครรภ์ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อสู่ทารก โดยมีวิธีการตรวจหลัก ได้แก่
    • ตรวจเลือด (VDRL, RPR) เป็นการตรวจหาแอนติบอดีต่อเชื้อซิฟิลิส
    • ควรตรวจตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก และในบางกรณีอาจมีการตรวจซ้ำในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือก่อนคลอด โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
    • การตรวจพบเชื้อในระยะเริ่มต้น จะช่วยให้สามารถรักษาได้ทัน และลดความเสี่ยงของซิฟิลิสแต่กำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การวินิจฉัยในทารก หากแม่มีผลตรวจเป็นบวก หรือมีความเสี่ยง ทารกจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างละเอียด แนวทางการวินิจฉัย ได้แก่
    • ตรวจเลือด เพื่อตรวจหาแอนติบอดีหรือการติดเชื้อของทารก
    • ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อหาสัญญาณของโรค เช่น ผื่น ตับม้ามโต น้ำหนักตัวน้อย หรือความผิดปกติอื่น ๆ
    • ตรวจน้ำไขสันหลัง (Lumbar puncture) ทำในบางกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อในระบบประสาท เช่น ภาวะ neurosyphilis
การรักษาโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

Love2Test

การรักษาโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

การรักษาโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด มีเป้าหมายสำคัญ คือ กำจัดเชื้อให้เร็วที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงต่อความพิการ และการเสียชีวิตของทารก โดยการรักษาหลักคือการใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Penicillin ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดเชื้อ Syphilis

  • การรักษาในหญิงตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อซิฟิลิส ต้องได้รับการรักษาทันที ไม่ควรรอให้มีอาการ หลักการสำคัญ ได้แก่
    • ให้ยากลุ่มเพนิซิลลินตามระยะของโรค
    • การรักษาที่เร็ว (โดยเฉพาะในระยะแรกของการตั้งครรภ์) สามารถลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อสู่ทารกได้อย่างมาก
    • ควรติดตามผลเลือดหลังการรักษา เพื่อประเมินว่าการรักษาได้ผลหรือไม่
    • หมายเหตุ: ปัจจุบันยังไม่มีทางเลือกอื่นที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าเพนิซิลลินในหญิงตั้งครรภ์ ดังนั้นหากมีประวัติแพ้ยา อาจต้องพิจารณาdesensitization ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • การรักษาในทารก ทารกที่มีความเสี่ยงหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นซิฟิลิสแต่กำเนิด ต้องได้รับการรักษาตามแนวทางเฉพาะ แนวทางการรักษา ได้แก่
    • ให้ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนิซิลลินทางหลอดเลือดดำ หรือกล้ามเนื้อ
    • ระยะเวลาในการให้ยาอาจอยู่ที่ประมาณ 10–14 วัน (ขึ้นอยู่กับแนวทาง และความรุนแรงของโรค)
    • ในบางกรณีที่ความเสี่ยงต่ำ อาจพิจารณาให้ยาแบบครั้งเดียว แต่ต้องอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์
  • การติดตามหลังการรักษา การรักษาไม่ได้จบแค่การให้ยา แต่ต้องมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง
    • ตรวจเลือดซ้ำเพื่อติดตามระดับภูมิคุ้มกัน
    • ประเมินพัฒนาการของเด็กในระยะยาว
    • เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน เช่น การได้ยิน การมองเห็น และระบบประสาท

การป้องกันโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด

การป้องกัน ซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) เป็นหนึ่งในมาตรการสาธารณสุขที่ได้ผลสูง และคุ้มค่า เพราะสามารถลดการติดเชื้อในทารกได้เกือบทั้งหมด หากดำเนินการอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ โดยมีแนวทางสำคัญดังนี้

  • ตรวจคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ การตรวจคัดกรองเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อ Syphilis จากแม่สู่ลูก
    • ตรวจหญิงตั้งครรภ์ทุกคน ตั้งแต่การฝากครรภ์ครั้งแรก
    • ใช้การตรวจเลือด เช่น VDRL หรือ RPR
    • ตรวจซ้ำในช่วงไตรมาสที่ 3 ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีคู่นอนหลายคน หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาด
    • การตรวจพบเชื้อเร็ว จะช่วยให้สามารถรักษาได้ทันก่อนที่เชื้อจะส่งผลต่อทารก
  • รักษาอย่างรวดเร็ว หากพบการติดเชื้อ ต้องเริ่มการรักษาทันที
    • การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ (โดยเฉพาะเพนิซิลลิน) สามารถลดความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • ควรติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อถูกกำจัดแล้ว
  • ป้องกันการติดเชื้อในแม่ การลดความเสี่ยงของแม่ คือการป้องกันที่ต้นทาง
    • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์
    • ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STI) เป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง
    • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีคู่นอนหลายคนโดยไม่ป้องกัน
  • การให้ความรู้ และสร้างความเข้าใจ
    • เพิ่มความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่น และวัยเจริญพันธุ์
    • ลดการตีตรา (stigma) เพื่อให้ผู้คนกล้าเข้ารับการตรวจ
    • ส่งเสริมการสื่อสารเรื่องสุขภาพทางเพศอย่างเปิดเผย และปลอดภัย

ตารางเปรียบเทียบ ซิฟิลิสแต่กำเนิด vs ซิฟิลิสทั่วไป

ประเด็นซิฟิลิสทั่วไป (Syphilis)ซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis)
แหล่งที่มาของการติดเชื้อติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือสัมผัสแผลโดยตรงถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกผ่านรกระหว่างตั้งครรภ์
กลุ่มผู้ป่วยวัยรุ่น และผู้ใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์ทารกในครรภ์ หรือทารกแรกเกิด
ระยะเวลาเริ่มมีอาการประมาณ 10–90 วันหลังติดเชื้ออาจแสดงอาการตั้งแต่แรกเกิด หรือภายใน 2 ปีแรก
ลักษณะอาการมีหลายระยะ เช่น แผลริมแข็ง ผื่น ระยะแฝง และระยะทำลายอวัยวะอาจไม่มีอาการช่วงแรก หรือมีอาการรุนแรง เช่น ผื่น ตับม้ามโต พัฒนาการผิดปกติ
ความรุนแรงหากตรวจพบเร็ว และรักษา สามารถหายขาดได้มีความรุนแรงสูง เสี่ยงพิการถาวรหรือเสียชีวิต
ผลกระทบระยะยาวอาจเกิดความเสียหายต่อสมอง หัวใจ และระบบประสาท หากไม่รักษาส่งผลต่อการเจริญเติบโต สมอง การได้ยิน และอวัยวะหลายระบบ
การป้องกันใช้ถุงยางอนามัย ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอตรวจซิฟิลิสในหญิงตั้งครรภ์ และรักษาทันทีเมื่อพบเชื้อ
โอกาสในการป้องกันป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมที่ปลอดภัยป้องกันได้เกือบทั้งหมด หากแม่ได้รับการตรวจ และรักษาอย่างเหมาะสม
Buddy Chat — Love2Test

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

โรคซิฟิลิสแต่กำเนิด (Congenital Syphilis) คือภาวะที่ทารกติดเชื้อ Syphilis จากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ แตกต่างจากซิฟิลิสทั่วไปที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่โดยตรง

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่แหล่งการติดเชื้อ และผลกระทบ โดยซิฟิลิสทั่วไปสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบเร็ว และมักเริ่มจากอาการเป็นระยะ เช่น แผลริมแข็งหรือผื่น ขณะที่ซิฟิลิสแต่กำเนิดส่งผลต่อทารกตั้งแต่ก่อนคลอด มีความรุนแรงสูงกว่า และอาจนำไปสู่การแท้ง คลอดก่อนกำหนด ความพิการถาวร หรือการเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญคือ ซิฟิลิสแต่กำเนิดเป็นโรคที่ สามารถป้องกันได้เกือบทั้งหมด หากมีการตรวจคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ และรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้นการเข้าถึงบริการฝากครรภ์ การตรวจเลือด และความรู้ด้านสุขภาพทางเพศ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการลดการเกิดโรค และปกป้องชีวิตของเด็กในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Syphilis & Congenital Syphilis – Detailed fact sheets and prevention guidelines. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/std/syphilis
  • World Health Organization (WHO). Global guidance on the prevention of congenital syphilis and STI control. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int
  • Joint United Nations Programme on HIV/AIDS (UNAIDS). Global HIV & STI epidemiological updates including congenital syphilis. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unaids.org
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในประเทศไทย. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
  • กองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. ข้อมูลโรคซิฟิลิสและการป้องกันในหญิงตั้งครรภ์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://aidssti.ddc.moph.go.th