รักษา STI แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับโรคและยาที่ได้รับ แต่หลักทั่วไปคือรอให้รักษาครบ อาการดีขึ้น และคู่ที่เกี่ยวข้องได้รับการตรวจหรือรักษาแล้ว สำหรับโรคติดเชื้อแบคทีเรียหลายชนิด หน่วยบริการมักแนะนำให้งดกิจกรรมทางเพศอย่างน้อย 7 วัน แต่ควรขอวันที่ชัดเจนจากผู้ให้บริการของคุณ
รักษา STI แล้วมีเพศสัมพันธ์ได้เมื่อไหร่ ต้องครบอะไรบ้าง
- ใช้ยาครบตามที่ได้รับ และไม่ได้หยุดหรือแบ่งยาเอง
- ผ่านช่วงเวลาที่คลินิกกำหนดสำหรับโรคนั้น
- อาการ เช่น แผล หนอง ตกขาว หรือปัสสาวะแสบ ดีขึ้นหรือหายแล้ว
- คู่ที่ควรได้รับการตรวจหรือรักษาได้ติดต่อบริการแล้ว
- ไปตรวจยืนยันว่าหายหรือมีนัดตรวจซ้ำ หากคลินิกแนะนำ
วันที่ยาหมดไม่ใช่คำตอบเพียงอย่างเดียว เพราะยาบางชนิดใช้ครั้งเดียว บางชนิดใช้หลายวัน และโรคแต่ละชนิดมีช่วงรอไม่เท่ากัน ก่อนกลับบ้านให้ขอเจ้าหน้าที่เขียนวันที่ที่กลับมามีเพศสัมพันธ์ได้ไว้บนใบนัดหรือโทรศัพท์
ใช้ถุงยางหรือมีออรัลเซ็กส์ระหว่างรอได้ไหม
ไม่ควรสรุปเองว่าถุงยางทำให้เริ่มได้ทันที โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อาจอยู่ที่คอ ทวารหนัก อวัยวะเพศ หรือผิวหนังส่วนที่ถุงยางคลุมไม่ถึง ช่วงที่คลินิกให้งด ควรงดทั้งทางปาก ช่องคลอด และทวารหนักตามคำแนะนำ
ถ้าการงดทั้งหมดทำได้ยาก ให้คุยกับเจ้าหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาวิธีลดความเสี่ยง แทนการเดาว่ากิจกรรมใดปลอดภัย
ทำไมคู่ควรได้รับการดูแลด้วย
การตรวจพบเชื้ออีกครั้งหลังรักษาอาจเกิดจากการรับเชื้อกลับจากคู่ที่ยังไม่ได้รักษา ไม่ได้หมายความว่ายาไม่ได้ผลเสมอไป คลินิกจะช่วยบอกว่าควรแจ้งคู่ย้อนหลังช่วงใดและมีทางเลือกแจ้งโดยไม่เปิดเผยชื่อหรือไม่
ใช้ภาษาที่ไม่กล่าวหา เช่น “เราเพิ่งตรวจพบ STI คลินิกแนะนำให้คู่ไปตรวจด้วย เพื่อให้เราทั้งคู่รักษาและไม่ติดกลับไปมา”
ถ้าเผลอมีเพศสัมพันธ์ก่อนครบกำหนด
ไม่ต้องตำหนิตัวเอง ให้ติดต่อคลินิกและบอกข้อมูลตามจริง ได้แก่ วันที่เริ่มยา วันที่เกิดเหตุ กิจกรรมที่เกิดขึ้น การใช้ถุงยาง อาการปัจจุบัน และคู่ได้รับการตรวจหรือยัง เจ้าหน้าที่จะประเมินว่าต้องตรวจหรือรักษาเพิ่มหรือไม่
หากเหตุการณ์มีโอกาสสัมผัส HIV และเกิดไม่เกิน 72 ชั่วโมง ให้ถามเรื่อง PEP ทันที อย่ารอให้ครบช่วงรักษา STI ก่อน
โรคทุกชนิดใช้กฎ 7 วันเหมือนกันไหม
ไม่เหมือนกัน กฎประมาณ 7 วันใช้กับโรคแบคทีเรียหรือพยาธิบางชนิดตามแผนรักษา ส่วนเริม หูดจาก HPV และ HIV เป็นการติดเชื้อไวรัสที่ต้องใช้คำแนะนำเฉพาะโรค เช่น หลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์ช่วงมีแผลเริมหรืออาการเตือน และคุยเรื่องวัคซีน HPV ตามความเหมาะสม
บางโรคต้องตรวจยืนยันว่าหายก่อน บางโรคต้องตรวจซ้ำหลังผ่านไประยะหนึ่ง ผู้ตั้งครรภ์อาจมีนัดติดตามต่างจากคนทั่วไป จึงควรยึดวันนัดของคลินิกมากกว่าตารางรวมในอินเทอร์เน็ต
ก่อนออกจากคลินิกควรถามอะไร
- ตรวจพบเชื้ออะไร และพบที่ตำแหน่งใด
- วันไหนกลับมามีเพศสัมพันธ์ได้
- คู่คนใดหรือช่วงเวลาใดควรไปตรวจ
- ต้องตรวจยืนยันว่าหายหรือตรวจซ้ำเมื่อไร
- หากอาการไม่ดีขึ้นควรติดต่อที่ไหน
อ่านภาพรวมบริการได้ที่ ขั้นตอนการตรวจ STI และข้อมูลเฉพาะโรคได้ที่ การดูแลหนองในเทียมไม่ให้ติดกลับ
คำถามที่พบบ่อย
อาการหายแล้ว มีเพศสัมพันธ์ได้เลยไหม
ยังไม่ควรใช้แค่อาการเป็นเกณฑ์ เพราะ STI หลายชนิดไม่มีอาการ ให้รอครบช่วงที่หน่วยบริการกำหนดและรักษาครบก่อน
คู่รักษาพร้อมกัน ต้องรอด้วยไหม
ยังต้องรอให้ทั้งสองคนครบเงื่อนไขของการรักษา หากเริ่มยาไม่พร้อมกัน ให้ถามคลินิกว่าควรนับจากคนใด
ตรวจซ้ำแล้วพบเชื้ออีก แปลว่าดื้อยาไหม
ไม่เสมอไป อาจเป็นการติดเชื้อใหม่ การรับเชื้อกลับจากคู่ หรือสาเหตุอื่น ให้ผู้ให้บริการประเมินก่อน ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะใช้ซ้ำเอง
สรุป
หลังรักษา STI อย่าดูแค่ว่ายาหมดหรืออาการหาย ให้รอครบช่วงที่คลินิกกำหนด รักษาให้ครบ และดูแลคู่ที่เกี่ยวข้องด้วย ขอวันที่เริ่มกิจกรรมทางเพศได้อย่างชัดเจน หากเผลอก่อนกำหนดหรืออาการไม่ดีขึ้น ให้ติดต่อหน่วยบริการแทนการซื้อยารักษาเอง


