กินเป๊ปครบแล้วต่อด้วยเพร็พ ได้ โดยต้องตรวจเอชไอวีก่อน และให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่ต่อยาเอง แนวทางเพร็พของไทย ฉบับปี 2568 เขียนว่าเมื่อกินเป๊ปครบ 28 วันและตรวจเอชไอวีได้ผลเป็นลบ รับเพร็พต่อได้ทันที

กินเป๊ปครบแล้วต่อด้วยเพร็พ ทำได้ไหม

แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวีของประเทศไทย ฉบับปี 2568 ตอบคำถามนี้ไว้ในส่วนคำถามพบบ่อย ว่าเมื่อกินยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (เป๊ป) ครบ 28 วัน และตรวจเอชไอวีได้ผลเป็นลบ สามารถรับยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (เพร็พ) ต่อได้ทันที โดยปฏิบัติตามแนวทางการจัดบริการเพร็พ

เราค้นในแนวทางฉบับนี้แล้วไม่พบข้อความที่ให้เว้นช่วงระหว่างยาสองชนิด แต่แนวทางนี้เขียนให้ผู้ให้บริการใช้ คนที่ประเมินว่าคุณเริ่มได้วันไหนคือแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลคุณ

แนวทางฉบับเดียวกันยกผู้ที่มีประวัติรับเป๊ป หรืออยู่ระหว่างรับบริการเป๊ป เป็นตัวอย่างหนึ่งของผู้ที่ควรได้รับการให้คำปรึกษาเรื่องเพร็พ

หลังกินเป๊ปครบ แนวทางของไทยให้ติดตามอะไรต่อ

แนวทางการรักษาและป้องกันเอชไอวีของไทย ฉบับปี 2564/2565 เขียนว่าผู้ที่รับเป๊ปควรได้ตรวจเอชไอวีซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน ในช่วงนั้นควรงดบริจาคเลือด อวัยวะ และอสุจิ ให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ และถ้าสงสัยว่ามีอาการของเอชไอวีระยะเฉียบพลัน คือช่วงที่เพิ่งได้รับเชื้อมาไม่นาน ให้มาพบแพทย์ทันที

แนวทางฉบับเดียวกันยกข้อมูลของคลินิกนิรนาม สภากาชาดไทย ว่าผู้ที่รับเป๊ปที่นั่นร้อยละ 17 ไม่กลับมาตรวจเอชไอวีหลังกินยาครบ (แนวทางไม่ได้บอกว่าเป็นข้อมูลช่วงปีใด) และเขียนว่าถ้ายังมีความเสี่ยงอยู่ตลอด ควรพิจารณาให้คำแนะนำเรื่องเพร็พ

ส่วนแนวทางการตรวจเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ ฉบับปี 2568 มีตารางการตรวจสำหรับผู้ที่รับเป๊ป เช่น ตรวจเอชไอวีตอนแรกเข้าและตรวจติดตามที่ 1 เดือนกับ 3 เดือน ตรวจไวรัสตับอักเสบบีและซีตอนแรกเข้า และคัดกรองซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม ถ้ายาใกล้หมด ให้ถามว่ารอบตรวจที่เหลือมีอะไรและนัดวันไหน

Quicky

ลำดับที่เอกสารไทยวางไว้ ตั้งแต่ชั่วโมงแรกถึงวันเริ่มเพร็พ

เรื่องเป๊ป แนวทางการรักษาและป้องกันเอชไอวีของไทย ฉบับปี 2564/2565 เขียนว่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ ต้องให้โดยเร็วที่สุดหลังสัมผัส อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง และต้องกินจนครบ 4 สัปดาห์ ถ้าสัมผัสเกิน 72 ชั่วโมงแล้ว แนวทางให้แพทย์พิจารณาเป็นราย ๆ ไป

ส่วนองค์การอนามัยโลก ในข่าวการปรับแนวทางเรื่องเป๊ปเมื่อ 22 กรกฎาคม 2567 เขียนว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการป้องกันด้วยเป๊ปคือการเริ่มยาให้เร็วที่สุดหลังสัมผัส ถ้าเป็นไปได้ภายใน 24 ชั่วโมง และไม่ช้ากว่า 72 ชั่วโมง เราจึงแนะนำว่าถ้าเพิ่งเสี่ยงมา ให้ไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด และถึงจะเลย 72 ชั่วโมงแล้วก็ยังควรไป

แนวทางเพร็พปี 2568 วางลำดับของผู้ให้บริการไว้เป็นแผนภาพ สรุปเป็นตารางได้ดังนี้

สถานการณ์ ที่แผนภาพของแนวทางเขียน
ความเสี่ยงครั้งล่าสุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง พิจารณารับเป๊ปตามคำแนะนำของประเทศ เมื่อครบ 28 วันจึงตรวจเอชไอวีและการตรวจที่เกี่ยวข้อง
ความเสี่ยงครั้งล่าสุดเกิน 72 ชั่วโมง ตรวจเอชไอวีและการตรวจที่เกี่ยวข้อง
ผลตรวจเอชไอวีเป็นลบ เริ่มเพร็พ แล้วติดตามที่ 1 เดือน
ผลสรุปไม่ได้ ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ (NAAT) ทันที หรือตรวจเอชไอวีซ้ำใน 2 ถึง 4 สัปดาห์ถัดไป
ผลตรวจเอชไอวีเป็นบวก ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผล และเริ่มยาต้านไวรัสภายในวันเดียวกับที่ทราบผลยืนยัน

แผนภาพนี้เขียนให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ใช้ ไม่ได้มีไว้ให้ตัดสินเองว่าไม่ต้องไป สิ่งที่คุณช่วยได้คือเล่าให้ตรงว่าเสี่ยงครั้งล่าสุดเมื่อไร

วันเปลี่ยนผ่านตรวจอะไร และแนวทางเขียนเรื่องเชื้อดื้อยาไว้อย่างไร

แนวทางเพร็พปี 2568 เขียนว่าการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็นตอนแรกเข้ารับบริการคือการตรวจเอชไอวีเพียงอย่างเดียว ซึ่งทำได้ทั้งการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ชุดตรวจแบบรวดเร็ว หรือชุดตรวจคัดกรองด้วยตนเอง ตามดุลยพินิจของแพทย์ ส่วนการตรวจรายการอื่นที่แนวทางแนะนำ ถ้าไม่สะดวกตรวจวันแรก ตรวจวันอื่นหรือนัดครั้งถัดไปได้

แนวทางเดียวกันเขียนว่าการใช้เพร็พในผู้ที่ผลเลือดเป็นลบไม่ก่อให้เกิดเชื้อดื้อยา ยกเว้นการใช้เพร็พในผู้ที่มีเอชไอวีอยู่ในร่างกาย ซึ่งทำให้เกิดเชื้อดื้อยาได้ และระบุข้อห้ามใช้ไว้สามข้อ คือผลตรวจเอชไอวีเป็นบวก มีประวัติและอาการเข้าได้กับเอชไอวีระยะเฉียบพลัน และแพ้ส่วนประกอบของยา

ข้อกลางคือเหตุที่ควรเล่าอาการตามจริง แนวทางเขียนว่าไม่ควรเริ่มเพร็พในผู้ที่สงสัยเอชไอวีระยะเฉียบพลัน เนื่องจากเป็นระยะที่ปริมาณไวรัสมักสูง การเริ่มเพร็พในระยะนี้มีโอกาสเกิดเชื้อดื้อยาได้ แนวทางเล่าว่าอาการของระยะนี้ส่วนใหญ่ไม่เฉพาะเจาะจง คล้ายการติดเชื้อไวรัสทั่วไป เช่น ไข้ อ่อนเพลีย เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการ ถ้ามีอาการแบบนี้ ให้บอกแพทย์ก่อนเริ่มยา

ภาพยา PEP ปฏิทินและสมุดนัด พร้อมคำถามเรื่องวันจบยา การตรวจ การเริ่ม PrEP ค่าใช้จ่าย การเดินทาง และการป้องกันระหว่างรอ โดยเน้นไม่ซื้อยาต่อเอง

Love2Test

วางแผนช่วงต่อตั้งแต่วันแรกที่ได้ยา

เราแนะนำให้ถามเรื่องช่วงต่อตั้งแต่วันแรกที่ได้เป๊ป คำถามที่ควรถามมีดังนี้

  • วันสุดท้ายของยาชุดนี้คือวันไหน และนัดตรวจหลังจบยาคือวันไหน
  • ถ้าผลตรวจเป็นลบ จะเริ่มเพร็พที่หน่วยเดียวกันนี้เลยได้ไหม หรือต้องส่งต่อ
  • วันนั้นต้องตรวจอะไรเพิ่ม และมีค่าใช้จ่ายส่วนไหน
  • ถ้าช่วงนั้นต้องเดินทางหรือกลับต่างจังหวัด จะนัดล่วงหน้าหรือจ่ายยาเผื่อได้ไหม
  • ระหว่างรอ ควรใช้วิธีป้องกันอะไรควบคู่ไปด้วย

อย่าหาซื้อยามากินต่อเองในช่วงรอ แนวทางให้ตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มเพร็พ และคนที่ประเมินว่าคุณอยู่จุดไหนของลำดับนี้คือแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลคุณ พื้นฐานของเป๊ปอ่านได้ที่ หลังเสี่ยงไม่ต้องตระหนก รู้จัก PEP และขั้นตอนการใช้

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเว้นวันระหว่างยาสองตัวไหม

แนวทางเพร็พของไทย ฉบับปี 2568 เขียนว่าเมื่อกินเป๊ปครบ 28 วันและตรวจเอชไอวีได้ผลเป็นลบ รับเพร็พต่อได้ทันที เราไม่พบข้อความให้เว้นช่วงในแนวทางฉบับนี้ ส่วนจะเริ่มวันไหนให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้นัด จึงควรนัดไว้ล่วงหน้า

ถ้ากินไม่ครบ 28 วัน ยังเริ่มเพร็พต่อได้ไหม

แนวทางเพร็พปี 2568 เขียนถึงกรณีกินครบ 28 วันและผลตรวจเป็นลบ เราไม่พบว่าเขียนแยกกรณีกินไม่ครบ ให้เล่าตามจริงว่าขาดช่วงไหนและกี่วัน เพื่อให้แพทย์ประเมินว่าควรตรวจอะไรและเริ่มเมื่อไร ไม่ควรปิดไว้เพราะเกรงว่าจะถูกตำหนิ

ระหว่างรอผลหลังจบยา ยังต้องป้องกันอยู่ไหม

แนวทางการรักษาและป้องกันเอชไอวีของไทย ฉบับปี 2564/2565 ให้ผู้ที่รับเป๊ปใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ยังต้องตรวจซ้ำ คือ 1 เดือนและ 3 เดือนหลังสัมผัส และควรถามเจ้าหน้าที่ว่าในกรณีของคุณเริ่มเพร็พได้เมื่อไร

ทำไมต้องตรวจเอชไอวีซ้ำอีกครั้งหลังเริ่มเพร็พ

แนวทางเพร็พปี 2568 ให้มาตรวจเอชไอวีซ้ำ 1 เดือนหลังเริ่มเพร็พ เพื่อติดตามสถานะเอชไอวี แนวทางพูดถึงการตรวจรอบนี้ในกรณีที่ตอนเริ่มยาอาจอยู่ในระยะที่ได้รับเชื้อแล้วแต่ยังตรวจไม่พบ ถ้าผลเปลี่ยนเป็นบวก ให้ตรวจยืนยันและเริ่มยาต้านไวรัสโดยเร็ว

ถ้าผลหลังจบยาออกมาเป็นบวก แนวทางให้ทำอะไรต่อ

แผนภาพของแนวทางเพร็พปี 2568 ให้ตรวจซ้ำเพื่อยืนยันผล และเริ่มยาต้านไวรัสภายในวันเดียวกับที่ทราบผลยืนยัน ลำดับเปลี่ยนจากการป้องกันเป็นการรักษา เราแนะนำให้ไปตามนัดตรวจยืนยัน

Buddy Chat — Love2Test

สรุป

แนวทางเพร็พของไทย ฉบับปี 2568 เขียนว่าเมื่อกินเป๊ปครบ 28 วันและตรวจเอชไอวีได้ผลเป็นลบ รับเพร็พต่อได้ทันที โดยให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่ต่อยาเอง ส่วนตอนเริ่มเป๊ป แนวทางการรักษาและป้องกันเอชไอวีของไทย ฉบับปี 2564/2565 เขียนว่าเมื่อมีข้อบ่งชี้ต้องให้โดยเร็วที่สุด อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัส ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์

สิ่งที่ทำได้เองคือนัดล่วงหน้าตั้งแต่วันแรกที่ได้ยา ถามให้ครบว่าวันสุดท้ายคือวันไหนและตรวจอะไรต่อ บอกแพทย์ถ้ามีไข้หรืออาการคล้ายติดเชื้อไวรัส และไม่ซื้อยามาใช้เองในช่วงรอ ภาพรวมของการป้องกันอ่านได้ที่ ป้องกัน HIV ให้เหมาะกับชีวิตจริง และถ้าเริ่มเพร็พแล้วลืมกิน อ่านได้ที่ วิธีดูแลตัวเองเมื่อกิน PrEP ไม่ครบ

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง